ติดแผงโซลาร์เซลล์ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด

 เชื่อว่าหลายคนเริ่มหันมาสนใจการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ส่วนหนึ่งเพราะมีการให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาด  อยากช่วยรักษ์โลกมากยิ่งขึ้น  แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของความคุ้มค่าที่ได้จากการติดโซลาร์เซลล์ (Solar Cell)  ต้องการลดค่าไฟในแต่ละเดือน  หรือแม้แต่การขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้า

        ด้วยเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง  จึงทำให้ปัจจุบันการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell)  คุ้มค่ามากขึ้น  คืนทุนเร็วยิ่งขึ้น  นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า  ทำไมเราถึงควรหันมาให้ความสำคัญและติดโซลาร์เซลล์บ้านพักอาศัย / ออฟฟิศ / โรงงาน / ร้านอาหาร หรืออื่นๆ อีกมากมาย    

หลังคาบ้านโซล่าเซลล์ (Solar Cell) ลดค่าไฟได้จริงไหม? 
        ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) สามารถช่วยลดค่าไฟได้จริง!!  แต่จะคุ้มทุน-คืนทุนเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบโซลาร์ (Solar) และพฤติกรรมการใช้ไฟของเจ้าของบ้านแต่ละหลัง เปรียบเทียบง่ายๆ หากเราลงทุนกับการติดตั้งโซล่าเซลล์ (Solar Cell)  ในมูลค่าที่เท่ากัน บ้านที่มีการติดตั้งระบบโซลาร์ขนาดใหญ่และใช้ไฟฟ้ามากย่อมคืนทุนเร็วกว่าบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเป็นบ้านที่ใช้ไฟกลางวันเป็นหลัก ผลิตไฟฟ้าได้แล้วใช้เลยจึงจะคุ้มค่ามากที่สุด (ระบบ On grid) เพราะในปัจจุบันระบบ Energy Storage สำหรับใช้ในบ้านยังมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทำให้จุดคุ้มทุนยิ่งนานขึ้นตามกันไป​​​​​​​

การทำงานของโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ระบบ On grid

ภาพ : การทำงานของโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ระบบ On grid

บ้านแบบไหนที่เหมาะกับการติดโซลาร์ 

บ้าน / ออฟฟิศ / สำนักงาน / ร้านอาหาร / อาคารที่ใช้ไฟกลางวัน
        เช่น โซลาร์เซลล์บ้านพักอาศัย ที่มีพ่อแม่อยู่บ้าน-กลุ่มวัยเกษียณอายุที่อยู่บ้านในช่วงกลางวัน กลุ่มคนที่ทำงานที่บ้าน (Work from home) สำนักงาน/โฮมออฟฟิศ  หรือแม้แต่ร้านอาหารที่ใช้ไฟกลางวันก็เหมาะสมเป็นอย่างมาก เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นว่า “หลังคาบ้านโซล่าเซลล์ (Solar Cell)”  ระบบ On grid คือ การผลิตไฟฟ้าช่วงกลางวันได้แล้วใช้เลย และควรมีค่าไฟขั้นต่ำ 3,000 บาท